ศิลาณี

posted on 04 Aug 2009 12:50 by amfiw25

ช่วงนี้คนรอบข้างของชั้น ดูหดหู่ซึมเศร้า เพราะโดนพิษที่ร้ายแรงและเจ็บปวด ไม่ว่าใครก็ตามที่โดนพิษ

นี้ทุกรายต้องเสียน้ำตาให้มัน มันคือพิษจากความรัก ซึ่งชั้นก็เคยเจอและยังจดจำได้ถึงความรู้สึกนั้น

แต่ชั้นอยากให้คนที่ชั้นรักทุกคนมีความสุข อยากบอกทุกคนว่าไม่ว่าจาถูกใครทำร้ายมาก็ตาม แต่ตัวเราเอง

ต้องไม่ทำร้ายซ้ำเติมให้ตัวเองเจ็บไปมากกว่านี้ คนบางคนยึดติดกับอดีตที่แสนดีนึกไปว่ามันจะย้อนกลับมาอีก

 แต่ชั้นกลับรู้สึกว่าถ้านึกถึงแล้วมันทำให้เรามีความสุขก็นึกไปเถอะ แต่เมื่อไหร่ที่นึกถึงเรื่องราวเก่าๆความ

ทรงจำเก่าๆแล้วมันทำให้เราเศร้า มานั่งโทษตัวเองว่าทำไมรักษามันไว้ไม่ได้ คนบางคนเกิดมาเพื่อให้เรารักแต่ไม่

ได้เกิดมาเพื่อเป็นของเรา อย่างที่มีคำพูดว่าอย่าเอาหัวใจไปผูกติดกับตีนใครเพราะเมื่อเค้าไปเราเองเนี่ยแหละจา

ต้องเจ็บ

 

ชีวิตชั้นที่ผ่านมามีพี่ๆน้องๆเพื่อนๆมากมายมาเล่ามาระบายชีวิตความรักของพวกเค้ามีทั้ง Mode  สุข

เศ้รา เหงา เคว้งคว้าง สับสน วุ่นวาย ชั้นดีใจทุกครั้งที่เค้ายังนึกถึงชั้นในทุกเหตุการณ์ที่เค้าเจอ ยังไว้ใจที่ให้ชั้น

ได้รับรู้เมื่อไหร่ก็ตามที่เค้าพูดแค่ว่าดีขึ้นแล้วแค่นี้ชั้นก็มีความสุขแล้วอย่างน้อยชั้นอาจช่วยอะไรเค้าไม่ได้มากแต่

ชั้นก็สามารถเป็นผู้ฟังที่ดีได้  มีหลายคนที่มาระบายในทำนองว่า กลัวกับความรักครั้งใหม่ ยังลืมความรักครั้งเก่า

ไม่ได้ ยังรอยังหวังให้เค้ากลับมาไม่รู้ว่าจามีมั้ยวันนั้นแต่ขอให้ได้รอแค่นั้นก็พอแล้ว กลัวที่จาเริ่มใหม่กะคนใหม่ๆ

 แต่พวกคุนรู้มั้ยว่าถ้ามัวแต่กลัวแล้วจาเจอความสุขที่รอเราอยู่ข้างหน้าได้ยังไง  คนบางคนเข็ดกับ

ความรักครั้งเก่ากับคนเก่าแต่อย่าเอามันมาเป็นตัวตัดสินในความรักในอนาคต มัวแต่มากลัวว่าจาเป็นแบบ

เก่าไม่ตัองมีแล้วงั้นอะ มีคำพูดนึงบอกว่าเมื่อประตูบานเก่าปิดลง แล้วประตูบานใหม่เปิดออกแต่เรากลับสนใจ

แต่ประตูที่กำลังจะปิด จนลืมสนใจประตูบานใหม่ที่เปิดออก และบานใหม่ที่เปิดรับเรานั้น ก้อไม่ได้เปิดรับเรา

ตลอดไป..... ทำตามความรู้สึกของเรา ทำตามที่ใจเราต้องการ ความรักเป็นเรื่องละเอียดอ่อนมาก มันจา

สัมผัสได้ด้วยใจกับใจ ใครที่มันไม่เห็นค่าของเราก็ไม่ต้องใส่ใจ สักวันความรักของเรามันจาดีพอสำหรับคนที่พอดี

 

คนเราต้องอยู่กับปัจจุบันอย่าคาดหวังให้เป็นอย่างโน้นอย่างนี้ ถ้าหวังแล้วไม่เป็นดังหวังแล้วมันจาเจ็บ

เจอปัญหาอะไรก็ค่อยๆแก้รวบรวมสติให้ได้ก่อน ไม่ว่าจาทุกข์เศร้าแค่ไหนก็ตามต้องตั้งสติถามว่าตัวเอง

 กำลังทำอะไรอยู่สิ่งที่ทำอยู่นี้มันทำให้ใครเดือดร้อนรึป่าว พ่อแม่เลี้ยงเรามาอย่างทะนุถนอม แต่เรากลับไป

ฝากชีวิตไปยึดติดกับแค่คนๆเดียวที่เป็นญาติเราก็ไม่ใช่เป็นใครก็ไม่รู้ที่มันมาทำร้ายหัวใจเรา คุนไม่รุ้หรอกว่า

ทุกครั้งที่คุนเจ็บกับการกระทำของคนที่คุนเรียนว่า "ที่รัก" จิงแล้วคน"ที่รัก"คุนด้วยความบริสุทธิ์ใจไม่เคยทำให้

คุนเจ็บ ยอมรับ ให้อภัยไม่ว่าคุนจาเป็นอย่างไรก็ตาม เค้าเจ็บกว่าคุนหลายเท่านั่นคือพ่อและแม่ของคุนเอง

 

ไม่มีใครมีชีวิตที่สมบูรณ์แบบหรอก เราต้องขอบคุนทุกคนที่ทำให้เราเจ็บมันจาได้ทำให้วันข้างหน้าเราเข้มแข็ง

ขึ้น อย่างน้อยเค้าก็ได้สอนอะไรเราหลายอย่าง ทำให้เราได้รู้ว่าใครกันแน่ที่รักเราจิงอยู่กับเราในยามทุกข์

ไม่ทิ้งเราไป ใครกันที่มานั่งปลอบใจเราให้กำลังใจไม่คิดที่จาซ้ำเติม อย่างน้อยเราได้สิ่งนี้กลับคืนมา เหรียญยัง

มี2ด้านนับประสารายกับชีวิตคนก็ต้องมีทั้งสุขและเศร้าเคล้าคลอกันไป ไม่มีใครจาสุขได้ตลอดและในทางกลับ

กันก็ไม่มีใครจาทุกข์ได้ตลอดเช่นกัน สิ่งที่เราทำได้คือต้องรักษาตัวรักษาใจเก็บเอาไว้ให้คนที่คู่ควร

 ไม่มีใครอยากเจอเรื่องแย่ๆ แต่ที่แย่กว่านั้นคือ เราเลือกไม่ได้ ปัญหาทุกอย่างเล็กหมด ตราบใดที่เรายังมีแรงลุก

ขึ้นมาแก้ไหว ดูแลตัวเองให้แข็งแรง แล้วแรงมันจามาเอง

 ถ้าเหงาก็ควรให้พอดี สี่วันเหงาทีก็ดีถม มัวเหงาติดกัน สี่วันไม่นอนไม่ข่ม เดี๋ยวเป็นลมล้มไป ไม่เห็นว่าใครจะแล

  เป็นกำลังใจให้ทุกคนนะค่ะไม่ว่าจาอยู่ในอารมณ์ไหนก็ตาม อย่างน้อยอยากให้รู้ว่าคุนไม่ได้อยู่คนเดียวบนโลกนี้

^O^

เด็กหญิงผมหนา

posted on 04 Apr 2009 19:45 by amfiw25

 

 

 

วันนี้เป็นอีกวันที่ชั้นได้เห็น

ชีวิตของคนกรุงเทพ

 

ดูจะเร่งรีบ...แต่ในการใช้ชีวิตที่ต้องแข่งขันกันอยู่ตลอดเวลานั้น

 

กลับมีเรื่องทำให้ชั้นรู้สึกยิ้มได้

 

ขณะที่ชั้นนั่งอยู่บนรถตู้ที่อนุเสวรีย์

เพื่อเดินทางไปเรียน

 

ได้เหลือบไปเห็นเด็กน้อยผู้ญ.

ที่มองยังไงก็เหมือนชั้นตอนยังเยาว์

 

เด็กน้อยคนนั้นอายุประมาณ7-8ขวบได้

ที่เหมือนกานมากคือ "ทรงผม"

 

ที่ดูจะบ๊อบได้ใจและหนาจนกระทั่งฟู

 ชั้นอดขำไม่ได้ว่าตอนเด็กๆทำไม

 

ชั้นถึงได้เรียบร้อยขนาดนี้ 555

 แต่ที่ดูจะแตกต่างกันมาก คือ

ความขยันของเด็กน้อยคนนั้น

ถึงทำชั้นอึ้งได้เลยทีเดียว ส่วนใหญ่จะ

 

เห็นเด็กน้อยผมหนาวันเสาร์

 น้องเค้ามาช่วย พ่อกับพี่ชายขาย.........

 

อะไรสักอย่าง ชั้นเห็นแต่จาน

 แต่ไม่เห็นอาหารที่เค้ากำลังทำ แต่ถ้า

 

เดาไม่ผิดน่าจาเป็นโจ๊ก

 เด็กน้อยผมหนาคนนั้นช่างขยันมาก

 เก็บโต๊ะ

 

เก็บเก้าอี้

ล้างจาน

ทำแทบทุกอย่าง คิดดูเด็กตัวเล็กกระจึ๋งนึง

แบกโต๊ะ อันเบ้อเริ่ม แต่สีหน้าเค้ากลับไม่เหนื่อยเลย

แม้แต่น้อย แถมยังทำด้วย

 

ความสุขมีรอยยิ้มอยู่บนหน้า

แบบยิ้มไปทำไปเป็นภาพที่ดูแล้ว

 

รู้สึกอายเด็กเลย เพาะตอนที่ชั้นอายุเท่านี้

ชั้นยังวิ่งเล่นขี้แตก ขี้มูกโป่ง

อยู่เลย ต้องขอปรบมือเป็นกำลังใจ

ให้เด็กตัวน้อยที่หัวใจแข็งแกร่ง

 

อดอิจฉา

 

แทนพ่อแม่ไม่ได้ที่เลี้ยงลูกมาดีเหลือเกิน

ดีจนคิดไปว่า ทำไมพ่อกะแม่

 

ก็เลี้ยงดูชั้นมาดี แต่ทำไมชั้นไม่ได้ครึ่ง

ของน้องผมหนาคนนั้นเลย><"